เปรียบเทียบวีซ่า D7 กับ Golden Visa โปรตุเกส: การซื้ออสังหาไม่ได้รับสิทธิ์ GV อีกต่อไป
rehber
Can Öztürk· ผู้เชี่ยวชาญอสังหาฯ สเปนและโปรตุเกส

เปรียบเทียบวีซ่า D7 กับ Golden Visa โปรตุเกส: การซื้ออสังหาไม่ได้รับสิทธิ์ GV อีกต่อไป

อธิบายความแตกต่างระหว่าง D7 visa และ Golden Visa หลังการยกเลิกคุณสมบัติของที่อยู่อาศัยในปี 2023 พร้อมขั้นตอนและค่าใช้จ่ายสำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์.

บทนำ

หลายคนที่สนใจย้ายมาอยู่อาศัยหรือทำธุรกิจในโปรตุเกสเคยเชื่อว่าการซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยจะช่วยให้ได้ Golden Visa (GV) อย่างอัตโนมัติ แต่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 รัฐบาลโปรตุเกสได้แก้ไขกฎระเบียบอย่างชัดเจน: ที่ดินหรือคอนโดที่อยู่อาศัยไม่สามารถใช้เป็นเงื่อนไขเพื่อรับ GV ได้อีกต่อไป ขณะเดียวกัน D7 visa หรือวีซ่าผู้มีรายได้พาสซีฟยังคงเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อบ้านในโปรตุเกสอาจได้รับสิทธิ์อยู่อาศัยระยะยาว หากสามารถแสดงหลักฐานรายได้ที่เพียงพอ

Golden Visa ปัจจุบัน (หลัง 2023)

หลังการปรับปรุงกฎหมาย GV มีเงื่อนไขดังต่อไปนี้:

  • ลงทุนเงินสดหรือทุนทรัพย์อย่างน้อย €500,000 ในโครงการที่ได้รับการรับรอง
  • หรือลงทุนในบริษัทสร้างงานใหม่โดยจ้างคนอย่างน้อย 10 คน
  • หรือนำเงินฝากธนาคารระยะยาวมูลค่า €1 ล้านยูโร (หรือกองทุนลงทุน)

การซื้อที่อยู่อาศัยส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นในอัลกาเว หรือลิสบอน จะไม่ถือว่าเป็นการลงทุนที่ทำให้ได้ GV อีกต่อไป

D7 Visa – วีซ่าผู้มีรายได้พาสซีฟ

วีซ่า D7 ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีแหล่งรายได้จากภายนอกประเทศ เช่น รายได้บำนาญ, ดอกเบี้ย, ค่าเช่า หรือกำไรจากการลงทุน โดยไม่มีความจำเป็นต้องทำธุรกิจในโปรตุเกส

เงื่อนไขหลักของ D7 Visa

ข้อกำหนดรายละเอียด
รายได้ขั้นต่ำต่อปี (ผู้สมัครหลัก)€7,980 หรือประมาณ 340,000 บาท
รายได้ของผู้พึ่งพาแต่ละคนเพิ่ม €3,990 ต่อคน
เงินฝากหรือสินทรัพย์สำรองต้องมีอย่างน้อย 12 เดือนของค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดในโปรตุเกส (ประมาณ €10,000)
อายุสัญญาเช่า/การเป็นเจ้าของอสังหาไม่จำกัด – สามารถใช้รายได้จากค่าเช่าบ้านที่คุณเป็นเจ้าของ

สำหรับผู้ถือครองอสังหาริมทรัพย์ในโปรตุเกส รายได้ค่าเช่า (หลังหักค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษา) สามารถนำมานับรวมกับรายได้อื่น ๆ เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ D7 ได้

ขั้นตอนยื่นขอ D7 Visa สำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์

  1. รับหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (NIF) – จำเป็นสำหรับการเปิดบัญชีธนาคารและทำสัญญาเช่า/ขายทรัพย์สินในโปรตุเกส
  2. เปิด บัญชีธนาคารในประเทศ เพื่อรับโอนรายได้พาสซีฟและแสดงยอดคงเหลือตามข้อกำหนด
  3. รวบรวมเอกสารยืนยันรายได้ (หนังสือรับรองจากผู้จ่ายเงิน, ใบแจ้งภาษี, สัญญาเช่า ฯลฯ) ที่ต้องมีการแปลและรับรองเป็นภาษาโปรตุเกส
  4. ทำประกันสุขภาพที่ครอบคลุมทั่วยุโรป (Schengen)
  5. ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากประเทศต้นทาง (Police Clearance Certificate)
  6. ยื่นคำขอวีซ่าที่สถานทูตหรือกงสุลโปรตุเกสในประเทศไทย พร้อมค่าธรรมเนียม €90 + ค่าบริการ SEF (€150) และค่าใช้จ่ายด้านกฎหมาย/ที่ปรึกษา (ประมาณ €2,000‑€3,500)
  7. เมื่อได้รับวีซ่าเข้าประเทศแล้ว ต้องลงทะเบียนกับ Sistema de Estrangeiros e Fronteiras (SEF) ภายใน 4 เดือนเพื่อออกใบอนุญาตพักอาศัยชั่วคราว (1 ปี) ซึ่งต่อไปต้องต่ออายุปีละหนึ่งครั้งจนครบ 5 ปี

หลังจากครบ 5 ปี ผู้ถือ D7 สามารถยื่นขอเป็นผู้พำนักถาวรหรือสัญชาติโปรตุเกสได้ หากมีการอาศัยอย่างต่อเนื่องและปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ ของกฎหมาย

ข้อเปรียบเทียบระหว่าง Golden Visa กับ D7 Visa (สำหรับเจ้าของอสังหา)

  • การลงทุนเริ่มต้น: GV ต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำ €500,000 ส่วน D7 เพียงแค่แสดงรายได้พาสซีฟที่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายในประเทศ
  • สิทธิ์ Schengen: ทั้งสองให้เข้าถึงพื้นที่เชงเกน แต่ GV ให้การเดินทางอิสระโดยไม่ต้องต่ออายุบ่อย ๆ (ทุก 2 ปี) ส่วน D7 ต้องต่ออายุปีละหนึ่งครั้ง
  • ความยืดหยุ่นของที่อยู่อาศัย: ผู้ถือ GV สามารถซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ใดก็ได้โดยไม่มีข้อจำกัด; D7 เจ้าของบ้านสามารถใช้เป็นแหล่งรายได้ค่าเช่าเพื่อสนับสนุนการขอวีซ่า
  • ระยะเวลาการพำนัก: GV ให้สิทธิ์อยู่ในโปรตุเกต 2 ปีแรก, ต่อเนื่องอีก 3 ครั้ง; D7 ต้องต่ออายุทุกปีจนครบ 5 ปีเพื่อขอสัญชาติ

บทบาทของ Resida Global ในกระบวนการนี้

Resida Global เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการจัดหา NIF, การเปิดบัญชีธนาคารและให้คำปรึกษาเรื่องวีซ่า D7 อย่างครบวงจร ทีมงานจะช่วยคุณเตรียมเอกสารแปลเป็นโปรตุเกส ตรวจสอบความถูกต้องของรายได้พาสซีฟ และประสานงานกับ SEF เพื่อให้กระบวนการยื่นขอวีซ่าเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่มีอุปสรรค

สรุปข้อควรพิจารณาเมื่อเลือกเส้นทาง D7 หรือ Golden Visa

หากคุณมีทรัพย์สินในโปรตุเกสแล้วและรายได้จากค่าเช่าเป็นส่วนสำคัญของงบประมาณ การสมัคร D7 visa จะเป็นตัวเลือกที่ประหยัดและยืดหยุ่นมากกว่า ในขณะที่ผู้ที่ต้องการลงทุนจำนวนมากเพื่อให้ได้สิทธิ์อาศัยแบบเร็ว ๆ และไม่มีข้อจำกัดด้านรายได้ต่อปี ควรพิจารณา Golden Visa ที่ยังคงเปิดรับการลงทุนในโครงการที่กำหนดโดยรัฐ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจควรพิจารณาตามเป้าหมายระยะยาวของคุณและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น Resida Global เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ข้อสรุปสุดท้าย

การซื้อบ้านในโปรตุเกสไม่ใช่เส้นทางสู่ Golden Visa อีกต่อไปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 แต่คุณยังสามารถใช้ทรัพย์สินนั้นเป็นแหล่งรายได้พาสซีฟเพื่อสมัคร D7 visa ได้ หากเตรียมเอกสารครบถ้วนและปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด การทำงานร่วมกับบริษัทที่มีประสบการณ์เช่น Resida Global จะช่วยให้กระบวนการราบรื่นและเพิ่มโอกาสสำเร็จสูงสุด

คำถามที่พบบ่อย

Golden Visa ยังรับอสังหาริมทรัพย์ประเภทใดหลังปี 2023?

ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 Golden Visa ไม่รับที่อยู่อาศัยส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่ยังรับการลงทุนในโครงการเชิงพาณิชย์หรือกองทุนอสังหาริมทรัพย์ตามเงื่อนไข €500,000

D7 visa ต้องมีรายได้ขั้นต่ำเท่าไหร่?

ผู้สมัครหลักต้องแสดงรายได้อย่างน้อย €7,980 ต่อปี (ประมาณ 340,000 บาท) และเพิ่ม €3,990 สำหรับแต่ละคนพึ่งพา

สามารถใช้ค่าเช่าบ้านที่เป็นเจ้าของในโปรตุเกสเพื่อสนับสนุน D7 visa ได้หรือไม่?

ได้ การแสดงรายได้จากค่าเช่าหลังหักค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาสามารถนับรวมกับรายได้อื่น ๆ เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ของ D7

ขั้นตอนการขอ NIF สำหรับชาวต่างชาติทำอย่างไร?

ต้องไปที่สำนักงานภาษี (Finanças) หรือใช้บริการตัวแทนเช่น Resida Global ยื่นเอกสารหนังสือเดินทางและหลักฐานที่อยู่เพื่อรับหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี

ระยะเวลาการต่ออายุ D7 visa คือเท่าไหร่?

หลังจากได้ใบอนุญาตพักอาศัยชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี ผู้ถือ D7 ต้องต่ออายุทุกปีจนครบ 5 ปี เพื่อยื่นขอสัญชาติหรือพำนักถาวร

#PT#rehber