ขั้นตอนซื้อบ้านในโปรตุเกส: NIF, บัญชีธนาคาร, IMT & สแตมป์
rehber
Can Öztürk· ผู้เชี่ยวชาญอสังหาฯ สเปนและโปรตุเกส

ขั้นตอนซื้อบ้านในโปรตุเกส: NIF, บัญชีธนาคาร, IMT & สแตมป์

แนะนำขั้นตอนสำคัญตั้งแต่ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (NIF) เปิดบัญชีธนาคาร จ่ายภาษี IMT/สแตมป์ ไปจนถึงการโอนกรรมสิทธิ์อย่างมืออาชีพ.

ภาพรวมการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในโปรตุเกสสำหรับชาวต่างชาติ

ตลาดที่อยู่อาศัยของโปรตุเกสยังคงเป็นหนึ่งในจุดดึงดูดนักลงทุนและผู้ต้องการย้ายถิ่นฐาน เนื่องจากคุณภาพชีวิตสูง ภาษีอัตราต่ำ และการเข้าถึงเขตเชงเกนได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 การซื้อที่อยู่อาศัยไม่สามารถใช้เป็นเงื่อนไขในการสมัคร Golden Visa ได้อีกต่อไป ผู้สนใจต้องพิจารณาวีซ่าประเภทอื่น เช่น D7 (รายได้แบบพาสซีฟ) หรือ Digital Nomad Visa. บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนสำคัญตั้งแต่การขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (NIF) ไปจนถึงการโอนกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์.

1. ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (NIF)

NIF หรือ Numero de Identificação Fiscal เป็นหมายเลขที่ใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินและภาษีของโปรตุเกส ทุกคนที่ต้องการซื้อทรัพย์สินรวมถึงเปิดบัญชีธนาคารจำเป็นต้องมี NIF ก่อน.

  • เอกสารที่ต้องเตรียม: หนังสือเดินทาง, ใบรับรองที่อยู่จากประเทศต้นกำเนิด (แปลและรับรองโดยทนายหรือ Notary), และหากไม่มีผู้แทนในโปรตุเกส ต้องจัดหา Power of Attorney.
  • สถานที่ทำเรื่อง: สำนักงาน Finanças หรือผ่านบริษัทให้บริการเช่น Resida Global ที่ช่วยดำเนินการให้คุณได้อย่างรวดเร็ว.
  • ระยะเวลา: ปกติใช้เวลาประมาณ 1‑3 วันทำการ หากส่งออนไลน์อาจเร็วกว่านี้.

2. เปิดบัญชีธนาคารในโปรตุเกส

การเปิดบัญชีเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อโอนเงินซื้ออสังหาริมทรัพย์และจ่ายภาษีต่าง ๆ ธนาคารใหญ่ที่แนะนำ ได้แก่ Banco Santander, Millennium BCP และ Caixa Geral de Depósitos.

  • เอกสารจำเป็น: NIF, หนังสือเดินทาง, ใบรับรองที่อยู่ (Proof of Address) จากประเทศของคุณ, บางธนาคารอาจขอแสดงแหล่งที่มาของเงิน (Source of Funds).
  • ขั้นตอนเปิดบัญชี: นัดหมายกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร, กรอกแบบฟอร์ม, ยืนยันตัวตนและรับบัตรเดบิต/เครดิต.
  • ค่าธรรมเนียม: บัญชีส่วนใหญ่ไม่มีค่าเปิด แต่อาจมีค่าบริการรายเดือนประมาณ €5‑€10 และค่าธรรมเนียมโอนระหว่างประเทศที่แตกต่างกันไป.

3. การคำนวณและชำระภาษี IMT (Imposto Municipal sobre Transmissões) และ Stamp Duty

เมื่อทำการซื้ออสังหาริมทรัพย์ จะต้องจ่ายภาษีสองประเภทหลัก คือ ภาษี IMT ที่คำนวณตามมูลค่าซื้อขายและภาษีสแตมป์ (Imposto de Selo) 0.8% ของราคา.

ประเภทอสังหาริมทรัพย์อัตรา IMT (%)*
ที่อยู่อาศัย (ไม่เกิน €550,000)0% – 6% ตามขั้นบันได (เริ่มจาก 0% สำหรับส่วนแรก €92,407)
ที่อยู่อาศัยราคา > €550,0008% คงที่สำหรับส่วนเกิน
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน/เชิงพาณิชย์5% – 6% ตามมูลค่า

*อัตรา IMT มีการปรับตามกฎหมายปีล่าสุด ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการหรือทนายของคุณก่อนทำสัญญา.

  • วิธีคำนวณตัวอย่าง: ซื้ออพาร์ตเมนท์ในลิสบอนราคา €350,000 → IMT ประมาณ €8,500 (ตามขั้นบันได) + Stamp Duty €2,800 (0.8% ของ €350,000).
  • การชำระเงิน: ต้องโอนผ่านบัญชีธนาคารในโปรตุเกสและส่งหลักฐานให้กับ Notary เพื่อทำสัญญา.

4. การทำสัญญา (Promessa de Compra e Venda) และการตรวจสอบกฎหมาย

ขั้นตอนต่อไปคือทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Promessa de Compra e Venda) ซึ่งเป็นสัญญาที่ผูกมัดทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย การลงนามต้องมีพยานหรือทนายที่ได้รับอนุญาต.

  • ค่าใช้จ่าย: ค่าธรรมเนียม Notary ประมาณ €500‑€1,000 ขึ้นกับความซับซ้อนของเอกสาร.
  • การตรวจสอบ: ตรวจสอบว่าอสังหาริมทรัพย์ไม่มีภาระหนี้สินหรือข้อจำกัดทางกฎหมาย (เช่น สิทธิ์ที่ดินของบุคคลที่สาม) โดยใช้บริการทนายหรือบริษัทให้คำปรึกษา.

5. การโอนกรรมสิทธิ์ (Escritura Pública)

เมื่อชำระค่า IMT, Stamp Duty และเงินดาวน์ตามสัญญาแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการทำ Escritura Publica ที่สำนักงาน Notary ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทำให้คุณเป็นเจ้าของทรัพย์สินอย่างเต็มรูปแบบ.

  • เอกสารสำคัญ: NIF, บัตรประชาชน/หนังสือเดินทาง, ใบรับรองการชำระภาษี IMT และ Stamp Duty, สัญญา Promessa de Compra e Venda.
  • ค่าธรรมเนียม Notary: ประมาณ €1,000‑€2,500 ขึ้นกับมูลค่าทรัพย์สินและจำนวนหน้าเอกสาร.
  • การลงทะเบียน: หลังจากทำ Escritura แล้ว ทนายจะส่งสำเนาไปยัง Conservatória do Registo Predial เพื่อบันทึกชื่อคุณเป็นเจ้าของในระบบราชการ (ค่าใช้จ่ายประมาณ €200‑€300).

6. การจัดการหลังโอนกรรมสิทธิ์

เมื่อได้รับใบแสดงความเป็นเจ้าของ (Título de Propriedade) คุณอาจต้องทำขั้นตอนต่อไปนี้:

  • เปิดบัญชีค่าสาธารณูปโภค (น้ำ, ไฟฟ้า, อินเทอร์เน็ต).
  • ลงทะเบียนกับเทศบาลท้องถิ่นเพื่อจ่ายค่า Property Tax (IMI) ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 0.3%‑0.45% ของมูลค่าประเมิน.
  • หากต้องการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ควรทำสัญญาเช่าตามกฎหมายโปรตุเกสและอาจใช้บริการบริษัทจัดการทรัพย์สิน.

7. ตัวเลือกวีซ่าสำหรับผู้ซื้อที่อยู่อาศัย

แม้ว่าการซื้อบ้านในโปรตุเกสจะไม่ให้สิทธิ์ Golden Visa อีกต่อไป แต่คุณยังสามารถอาศัยอยู่ระยะยาวได้โดยใช้วีซ่าอื่น ๆ:

  • D7 Visa (Passive Income): เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้จากการลงทุนหรือบำนาญอย่างน้อย €7,980 ต่อปี.
  • Digital Nomad Visa: สำหรับผู้ทำงานออนไลน์ที่ต้องการอาศัยอยู่ในโปรตุเกสสูงสุด 1 ปี (ต่ออายุได้).

Resida Global มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าและอสังหาริมทรัพย์พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นจนถึงการยื่นขอวีซ่า.

สรุปขั้นตอนสำคัญ

โดยสรุป การซื้อบ้านในโปรตุเกสสำหรับชาวต่างชาติประกอบด้วย 6 ขั้นตอนหลัก: (1) ขอ NIF, (2) เปิดบัญชีธนาคาร, (3) คำนวณและจ่าย IMT/Stamp Duty, (4) ทำสัญญา Promessa de Compra e Venda, (5) โอนกรรมสิทธิ์ที่ Escritura Pública, และ (6) จัดการเรื่องภาษีและบริการหลังโอน. การมีผู้ให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญ เช่น Resida Global จะช่วยลดความซับซ้อนและทำให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น.

คำถามที่พบบ่อย

ต้องมี NIF เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในโปรตุเกสหรือไม่?

ใช่, การขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (NIF) เป็นขั้นตอนแรกที่จำเป็นก่อนจะเปิดบัญชีธนาคารและทำการโอนเงินซื้อบ้าน.

ค่า IMT สำหรับที่อยู่อาศัยราคา €300,000 อยู่เท่าไหร่?

ตามอัตราแบบขั้นบันได, ส่วนแรก €92,407 ไม่เสียภาษี, ส่วนต่อไปอยู่ระหว่าง 2%‑5% ซึ่งโดยประมาณค่า IMT จะอยู่ที่ประมาณ €7,500.

การเปิดบัญชีธนาคารในโปรตุเกสต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

ต้องมี NIF, หนังสือเดินทาง, ใบรับรองที่อยู่จากประเทศต้นกำเนิดและบางกรณีอาจต้องแสดงแหล่งที่มาของเงิน.

ซื้อบ้านในโปรตุเกสยังได้สิทธิ์ Golden Visa หรือไม่?

ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 การซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยไม่ถือเป็นเงื่อนไขในการสมัคร Golden Visa อีกต่อไป.

วีซ่าใดเหมาะกับผู้ที่ต้องการอาศัยอยู่โปรตุเกสหลังจากซื้อบ้าน?

ผู้ที่มีรายได้พาสซีฟสามารถเลือก D7 Visa ส่วนผู้ทำงานออนไลน์สามารถสมัคร Digital Nomad Visa; ทั้งสองประเภทไม่เกี่ยวข้องกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์.

รับคำปรึกษาฟรี

ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราจะประเมินประเทศและอสังหาฯ ที่เหมาะกับคุณฟรี

#PT#rehber